7 คุณสมบัติเด่นที่นักลงทุนปลื้ม

ปัญหาที่แก้ไม่ตกสำหรับธุรกิจคือการหาแหล่งเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นจากสถาบันการเงินหรือนักลงทุนมืออาชีพ คุณต้องมีคุณสมบัติโดดเด่น มีผลงานที่จับต้องได้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่นักลงทุนทั้งหลาย

แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจของเรามีการเตรียมความพร้อมในทุกด้านแล้วเพื่อรอให้นักลงทุนที่ใช่เลือกลงทุนกับธุรกิจของเรา
เพื่อที่จะให้ทั้งสองฝ่ายได้สิ่งที่ต้องการและผลกำไรอย่างงดงาม

เรามาดูกันว่าคุณสมบัติเด่นใดบ้างที่นักลงทุนกำลังมองหาและอยากเห็นในธุรกิจเพื่อที่จะตัดสินใจให้เงินทุน

1.ทีมงานที่แข็งแกร่ง

ทีมงานคือหนึ่งในหัวใจของธุรกิจ เพราะอย่างไรทุกธุรกิจก็ต้องถูกดำเนินงานด้วยคนมากกว่าเครื่องจักร ถ้าทีมงานของคุณนั้นร่วมงานกันด้วยดีมาเป็นเวลานาน แน่นอนว่านักลงทุนย่อมมั่นใจในทีมงานของคุณมากกว่าแน่ๆ

แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลเดียว เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือทีมงานของคุณมีผลงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีรายได้ที่จับต้องได้หรือไม่ ระยะเวลาไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าทีมของคุณแข็งแกร่งเพียงใด

นักลงทุนมักดูที่ผลงานมากกว่า ถ้ามีผลงานที่ดี ประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ เงินทุนก็จะหลั่งไหลเข้ามาเอง

2.มุ่งไปที่ตลาดใหญ่มูลค่ามหาศาลเป็นหลัก

สินค้าและบริการของคุณตอบโจทย์ตลาดเล็กหรือใหญ่ มีฐานลูกค้ามากแค่ไหน นี่คืออีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญที่นักลงทุนมองหา ยิ่งถ้าสิ่งที่คุณมีตอบโจทย์ปัญหาใหญ่ของการตลาด คุณยิ่งเพิ่มโอกาสทางความสำเร็จมากขึ้น

ถ้าสินค้าของคุณดีเยี่ยม มีตลาดรองรับมากมาย คู่แข่งยังน้อยหรือแทบไม่มี คุณย่อมมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น และนั่นก็เป็นอีกสิ่งที่นักลงทุนมองหา ใครจะอยากลงทุนในสิ่งที่ไม่มั่นใจว่าจะทำกำไรได้ จริงไหม?

3.เน้นฝ่ายบริหารที่มีประสบการณ์และประสิทธิภาพ

แม่ทัพที่ดีคือตัวแปรที่นักลงทุนประทับใจ บอร์ดบริหารควรเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีประสิทธิภาพสูง เชื่อถือและไว้วางใจได้ เพราะเปรียบดั่งแม่ทัพในธุรกิจ ดังนั้นบริษัทควรมีงบประมาณที่สมเหตุสมผลกับผลงานของเขา

นอกจากนี้สามารถเลือกเจ้าของธุรกิจที่มีประสบการณ์สัก 2 คนมาร่วมงานด้วยกันด้วยก็ได้ โดยอาจจ่ายเงินให้เป็นหุ้นของบริษัทการก่อตั้งทีมบอร์ดบริหารที่มีประสิทธิภาพ รายล้อมไปด้วยผู้คนระดับแนวหน้าที่มีความเป็นมืออาชีพสูงจะทำให้เหล่านักลงทุนเห็นว่าคุณรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ คุณจริงจังกับธุรกิจนี้และมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานยิ่งใหญ่ และนั่นจะทำให้เงินทุนหลั่งไหลเข้ามา

4.ทดสอบสินค้าหรือบริการกับลูกค้าเพื่อการอ้างอิง

ถ้าสินค้าหรือบริการของคุณยังได้รับการทดสอบอยู่หรือยังไม่ได้ถูกนำออกสู่ตลาด จงใช้โอกาสนี้สร้างเครดิตให้ธุรกิจของคุณโดยเลือกลูกค้าที่มีชื่อเสียงในตลาดนั้นๆเป็นผู้ทดสอบใช้งาน

โดยอาจมีข้อเสนอราคาพิเศษให้เพื่อแลกกับรีวิวด้านบวกของสินค้าคุณ หรือให้พวกเขาแนะนำสินค้าของคุณต่อไปยังนักลงทุนหรือลูกค้าที่มุ่งหวังคนอื่นๆ

5.ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบคุ้มค่าที่สุด

เงินทุนที่ดีที่สุดคือเงินทุนที่ไม่จำเป็นต้องหาเพิ่ม เปลี่ยนเป็นมองหากลยุทธ์ทางการตลาดที่จะทำให้สินค้าของคุณเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็วขึ้น กว้างขวาง แผ่ขยายมากขึ้นหรืออาจใช้งบประมาณที่คุ้มค่าที่สุด

เพื่อที่คุณจะไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณที่สูง โดยร่วมมือกับหุ้นส่วนที่จะช่วยปรึกษาหารือกันได้ วิธีนี้จะช่วยให้คุณใช้เงินทุนที่มีในแนวทางที่คุ้มค่าและได้ประโยชน์มากที่สุด

6.นำเสนอแผนธุรกิจของคุณที่ดีเยี่ยม

นักลงทุนไม่ได้ลงทุนให้คุณเพื่อผลกำไรน้อยนิดเป็นแน่ พวกเขามองหาธุรกิจที่จะทำกำไรให้อย่างงามและรวดเร็วที่สุด ในขั้นแรกนักลงทุนมักต้องการผลกำไรขั้นต่ำ 10 ถึง 20 เท่าจากเงินที่ได้ลงทุนไปภายในห้าปี

ดังนั้นถ้าคุณอยากได้เงินทุน คุณจึงควรแสดงให้เขาเห็นว่าธุรกิจนี้จะทำเงินให้ได้อย่างไร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเท่าใดภายในกี่ปี พวกเขาจะได้รับความคุ้มค่าในการลงทุนครั้งนี้อย่างไร ซึ่งถ้าสิ่งที่คุณมีคือสิ่งที่พวกเขากำลังต้องการ คุณก็จะมีโอกาสสูงที่จะได้รับเงินทุน

7.พัฒนาแบบจำลองทางการเงินและเงินทุนที่ต้องการ

สร้างแผนจำลองทางการเงินจากด้านล่างขึ้นบน คาดการณ์กระแสเงินสดในช่วงสองปีแรกว่าจะมีแนวโน้มไปทางใด รวมทั้งกระแสเงินสดของรายไตรมาสของอีกสามปีข้างหน้า

เมื่อจะช่วยให้คุณประเมินได้ว่าธุรกิจของคุณต้องการเงินทุนเท่าใดในแต่ละช่วงเวลาเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจจนกว่าจะถึงจุดคุ้มทุน ถ้าคุณทำการบ้านอย่างดีแล้ว คุณจะสามารถตอบคำถามและชี้แจงข้อสงสัยที่นักลงทุนมีว่าธุรกิจของคุณจำเป็นต้องใช้เงินทุนทั้งหมดเท่าไหร่

ซึ่งถ้านักลงทุนพึงพอใจกับแผนธุรกิจที่คุณมี เขาก็จะจัดการเงินทุนให้คุณได้สะดวกขึ้น

นี่คือสิ่งที่คุณต้องเตรียมพร้อมเพื่อให้ธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจที่น่าดึงดูดใจและคุ้มค่าแก่นักลงทุนทั้งหลาย พิจารณาดูแต่ละข้อว่าคุณเตรียมพร้อมทุกอย่างที่นักลงทุนต้องการไว้หรือยัง

อย่าลืมทำให้แน่ใจว่านักลงทุนที่คุณต้องการดึงดูดนั้นกำลังสนใจธุรกิจแบบคุณอยู่ ถ้ายังไม่เจอก็อย่าหยุดตามหา เพราะถ้าเราไม่หยุดตามหา เราก็จะเจอนักลงทุนที่กำลังมองหาธุรกิจที่คุณกำลังทำ ซึ่งถ้าเจอเมื่อไหร่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนลงแรงมากทีเดียว

Leave a Comment