7 ขั้นตอนที่ควรรู้ก่อนบุกตลาดเครื่องสำอางในจีน

ตลาดเครื่องสำอางในจีนนับเป็นตลาดใหญ่อันดับ  3 ของโลก ซึ่งมีเงินสะพัดถึงสองหมื่นหกพันล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี

หลายคนที่กำลังมองหาโอกาสที่จะนำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์ของตนเองเข้าสู่ตลาดในจีน จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน

เพื่อให้การรุกตลาดใหญ่ในครั้งนี้ประสบปัญหาน้อยที่สุด  และปูทางไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต

นี่คือ 7 ขั้นตอนที่ควรจะศึกษาหากคุณต้องการขยายตลาดไปสู่ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก…ประเทศนี้

1. ศึกษาตลาด

แน่นอนว่าก่อนที่เราจะเริ่มทำธุรกิจใด ๆ เราต้องทำการสำรวจตลาดก่อน การเข้าไปทำตลาดในจีนก็เช่นกัน

หากคุณเป็นชาวต่างชาติที่มีขนบธรรมเนียม ค่านิยมที่แตกต่างกับชาวจีนค่อนข้างมาก อาจจะต้องศึกษาให้เยอะขึ้นไปอีก ตัวอย่างเช่น ถ้าแบรนด์เครื่องสำอางจากตะวันตก

ต้องการเข้าไปตีตลาดในจีน คุณไม่ควรนำผลิตภัณฑ์เพื่อเปลี่ยนสีผิวเป็นสีแทน ไปจำหน่ายในจีน เพราะชาวจีนมีค่านิยมในลักษณะตรงข้าม คือ ชื่นชอบผิวขาวกระจ่างใสมากกว่า

นอกจากนี้ควรศึกษาว่าตัวผลิตภัณฑ์ที่คุณจะนำไปจำหน่ายในจีนนั้นเป็นสินค้าที่ล้นตลาดแล้วหรือไม่ เพราะอย่างที่ทราบกันว่าประเทศจีนมีโรงงานผลิตมากมาย

ทั้งของชาวจีนเอง และของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาสร้างฐานการผลิตในจีน และชาวจีนมีความนิยมในผลิตภัณฑ์เพื่อความงามแบรนด์จากต่างประเทศมากกว่าแบรนด์ของคนจีนด้วยกันเอง เพราะเชื่อว่ามีคุณภาพดีกว่า

ดังนั้น คุณอาจจะต้องศึกษาไปถึงคู่แข่งต่างชาติเหล่านั้นด้วยหากต้องการนำสินค้าด้านความงามที่มีลักษณะไม่ต่างกับสินค้าจากแบรนด์ดังเจ้าตลาดเหล่านี้มาวางจำหน่ายในจีน

2. การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์

เป็นกฎเกณฑ์ที่สำคัญข้อหนึ่ง หากคุณต้องการส่งสินค้าไปขายในจีน ซึ่งมีขั้นตอน การขึ้นทะเบียนที่สำนักงานตัวแทนในจีน และแจ้งข้อมูลต่อสํานักงานอาหารและยาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (SFDA) เพื่อให้มาตรวจสอบตัวผลิตภัณฑ์และออกใบอนุญาตให้

3. หาตัวแทนกระจายสินค้าของเราที่งานแสดงสินค้า

หากคุณจะจัดจำหน่ายสินค้าในจีน สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ หาตัวแทนกระจายสินค้าที่ทำหน้าที่นำส่งสินค้าของเราไปยังร้านค้าเพื่อให้จำหน่ายสินค้าไปถึงมือลูกค้าอีกต่อหนึ่ง

งานแสดงสินค้าที่มีหัวข้องานเกี่ยวกับเครื่องสำอางโดยตรงจะเป็นที่ที่เหมาะสมในการหาตัวแทนกลุ่มนี้ ถ้าถามว่าทำไมต้องเป็นงานแสดงสินค้า สามารถหาจากช่องทางอื่นแทนได้หรือไม่

คำตอบง่าย ๆ ก็คือ ในงานนี้ผู้ที่ทำหน้าที่ด้านกระจายสินค้าจะมีความพร้อมและมีจุดประสงค์ที่สอดคล้องกับเรามากกว่า คือ ต้องการหาผู้ผลิตสินค้าและเสนอตนเองเพื่อทำหน้าที่กระจายสินค้าให้

และนั่นก็คือเราจะเจอกับคนที่พร้อมจะร่วมธุรกิจกับเราโดยตรงนั่นเอง อาจจะเลือกเข้าร่วมในงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในประเทศจีน หรือในต่างประเทศที่มีประเทศจีนไปจัดแสดงสินค้าด้วยก็ได้

4. ลงทุนให้คนจีนรู้จักแบรนด์ของตนเอง

ชาวจีนมักจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่เป็นที่รู้จักและน่าไว้วางใจมากกว่าแบรนด์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย เพราะไม่อยากเจอปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น

ดังนั้น ถ้าคุณตั้งใจจะทำตลาดในจีน ควรให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ด้วย โดยทำให้แบรนด์ของตัวเองเป็นที่รู้จักมากขึ้น เช่น สร้างเว็บไซต์ของแบรนด์ที่สนับสนุนภาษาจีน เนื่องจากชาวจีนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าใจภาษาต่างประเทศได้

นอกจากนี้ควรใช้อินเตอร์เน็ตในการเข้าถึงลูกค้า เช่น ทำบล็อกเพื่อเขียนบทความอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คนจีนหันมาสนใจ รวมทั้งเป็นช่องทางในการแจ้งข่าวสารใหม่ ๆ ให้ลูกค้าของคุณด้วย

โดยในบล็อกควรมีเนื้อหาเกี่ยวกับบริษัทและตัวผลิตภัณฑ์ และเปิดให้ผู้ใช้แสดงความเห็นรวมถึงความพึงพอใจจากการใช้ผลิตภัณฑ์

เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีความน่าเชื่อถือและให้ผู้อ่านสนใจและอยากลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเพิ่มขึ้น

การใช้สื่อโซเชียลมีเดียร่วมด้วย เช่น โซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์ของคุณได้ดี เนื่องจากสถิติพบว่าในจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศจีน 630 ล้านคนนั้นมีคนใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

คุณอาจจะเป็นพันธมิตรกับคนมีชื่อเสียงในอินเตอร์เน็ตที่จะช่วยรีวิวสินค้าของเราให้เป็นที่รู้จักไปยังผู้คนจำนวนมากที่ติดตามพวกเขาอยู่ก็ได้

นอกจากนี้สังคมออนไลน์อย่าง Weibo และ WeChat ซึ่งมีคนเข้าร่วม 600 ล้านคนและ 400 ล้านคน ตามลำดับ ก็เหมาะที่จะทำการตลาดให้คนรู้จักสินค้าเราเช่นกัน

5. ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในการสร้างชุมชนออนไลน์

การสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ของคุณนั้น อาจใช้สังคมออนไลน์ได้เช่นกัน โดยชุมชนที่เราสร้างขึ้นทางอินเตอร์เน็ตนั้นคือกลุ่มของคนที่ติดตามข่าวสารและเหตุการณ์ต่าง ๆ ของแบรนด์

คนกลุ่มนี้นี่เองจะเป็นคนที่ภักดีต่อแบรนด์ของคุณมากกว่าใคร ซึ่งถ้าต้องการขายสินค้าของคุณ ก็มั่นใจได้ว่าไม่ว่าคุณจะเสนอขายเมื่อไหร่ คุณก็จะได้ออร์เดอร์กลับมาจากกลุ่มนี้แน่ ๆ และช่องทางนี้ก็ง่ายต่อการนำเสนอสินค้าใหม่ หรือโปรโมชั่นเด็ด ๆ ให้แก่ลูกค้าของคุณด้วย

6. อำนวยความสะดวกในเครือข่ายการกระจายสินค้า

การมีเครือข่ายการกระจายสินค้าที่เป็นระบบจะช่วยเพิ่มยอดขายให้คุณได้ ซึ่งคุณสามารถทำได้โดยการให้ข้อมูลด้านการขาย สนับสนุนให้มีการจัดสินค้าลดราคา จัดอบรมบุคลากร กระตุ้นให้มีการจัดการองค์กรและการเงินที่ดี

7. ตรวจสอบสินค้าลอกเลียนแบบของคู่แข่ง

อย่างที่ทราบกันมาบ้างแล้วว่า ในประเทศจีนมักจะมีการลอกเลียนแบบสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวผลิตภัณฑ์หรือแนวคิดของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น คุณจำเป็นจะต้องคอยตรวจสอบว่าสินค้าของคุณถูกลอกเลียนแบบหรือไม่ หรือมีสินค้าอื่น ๆ ที่มีความคล้ายคลึงกับสินค้าของคุณบ้างหรือเปล่า ดังนั้นจำเป็นที่คุณจะต้องศึกษาสินค้าใหม่ของคู่แข่งเอาไว้ด้วย

จะเห็นได้ว่าการบุกตลาดเครื่องสำอางในจีนนั้น ไม่ได้ยากเกินกว่าที่คุณคิด แค่เราศึกษาให้เข้าใจในกลุ่มลูกค้า คู่แข่ง และระบบนำเข้าของจีนให้ดี

แล้วคุณจะพบว่า ลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่พร้อมจะทำรายได้ก้อนโตให้คุณกำลังรอให้คุณเข้าไปทำตลาดอยู่ก็เป็นได้

Leave a Comment